DoolaD Your Care Navigator

ตารางการพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยติดเตียง

DoolaD Team5 ก.ย. 25690 ครั้ง
ตารางการพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยติดเตียง

ตารางพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยติดเตียง พร้อมวิธีจัดท่า ตรวจผิวหนัง และลดแรงกดอย่างปลอดภัยสำหรับผู้ดูแลที่บ้าน

🛏️ ตารางการพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยติดเตียง ดูแลอย่างไรให้ปลอดภัยและช่วยป้องกันแผลกดทับ
การพลิกตะแคงตัวเป็นหนึ่งในกิจวัตรสำคัญสำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่ขยับตัวเองได้น้อย เพราะการอยู่ท่าเดิมเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดแรงกดบริเวณปุ่มกระดูก เช่น ก้นกบ สะโพก ส้นเท้า และข้อเท้า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับได้
แต่การพลิกตัว ไม่ควรใช้เวลาเป็นตัวกำหนดเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาสภาพผิวหนัง ความสามารถในการขยับตัว โรคประจำตัว ความสบายของผู้ป่วย และพื้นผิวรองรับร่วมด้วย

⏰ ตารางตัวอย่างการพลิกตะแคงตัว 1 วัน

ตารางนี้เป็น ตัวอย่างสำหรับใช้วางแผนการดูแล ไม่ใช่ข้อกำหนดว่าผู้ป่วยทุกคนต้องพลิกตัวตามเวลานี้

เวลา ท่าที่แนะนำ สิ่งที่ควรตรวจ
06.00 น. 🛏️ หงาย ตรวจผิวหนังและความเปียกชื้น
08.00 น. ↩️ ตะแคงซ้าย ตรวจบริเวณสะโพกและก้นกบ
10.00 น. 🛏️ หงาย ตรวจส้นเท้าและหลัง
12.00 น. ↪️ ตะแคงขวา ตรวจสะโพกและข้อเท้า
14.00 น. 🛏️ หงาย ตรวจผิวหนังและจัดท่า
16.00 น. ↩️ ตะแคงซ้าย ตรวจจุดกดทับ
18.00 น. 🛏️ หงาย ดูแลผิวหนังหลังขับถ่าย
20.00 น. ↪️ ตะแคงขวา ตรวจความสะอาดและความแห้ง
22.00 น. 🛏️ หงาย/ท่าที่เหมาะสม ตรวจผิวหนังก่อนนอน
กลางคืน 🔄 ปรับตามความเสี่ยง ประเมินความจำเป็นและความปลอดภัย

หมายเหตุ: แนวทางทั่วไปอาจใช้การเปลี่ยนท่าประมาณทุก 2 ชั่วโมงในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง แต่ความถี่ที่เหมาะสมควรปรับตามผู้ป่วยแต่ละราย ไม่ควรยึดตัวเลขเดียวกับทุกคน

🛏️ 4 ท่าพื้นฐานที่ผู้ดูแลควรรู้
1. ท่านอนหงาย เหมาะสำหรับพักและตรวจร่างกาย แต่ควรระวังแรงกดบริเวณ ก้นกบ ส้นเท้า และข้อศอก สามารถใช้หมอนหรืออุปกรณ์ช่วยจัดท่าเพื่อลดแรงกดตามความเหมาะสม
2. ท่าตะแคงซ้าย จัดลำตัวให้มั่นคง ใช้หมอนช่วยพยุงบริเวณหลังและระหว่างขา เพื่อช่วยลดแรงกดและเพิ่มความสบาย
3. ท่าตะแคงขวา หลักการเช่นเดียวกับการตะแคงซ้าย ควรตรวจว่าบริเวณสะโพกและปุ่มกระดูกไม่ได้รับแรงกดมากเกินไป
4. ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน อาจใช้ในช่วงรับประทานอาหารหรือกิจกรรมบางอย่างตามความเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาการกลืน ควรจัดท่าตามคำแนะนำของทีมสุขภาพ

👥 วิธีพลิกตัวให้ปลอดภัย
ก่อนพลิกตัวควรเตรียมพื้นที่ให้เรียบร้อย และอธิบายให้ผู้ป่วยทราบว่าจะทำอะไร

ขั้นตอนง่าย ๆ
🧼 ล้างมือก่อนให้การดูแล
🛏️ ตรวจเตียงและผ้าปูว่าเรียบ ไม่มีสิ่งของกดทับ
👨‍👩‍👧 หากผู้ป่วยตัวใหญ่หรือช่วยตัวเองไม่ได้ ควรมีผู้ช่วยตามความเหมาะสม
🤲 ใช้หลักการเคลื่อนย้ายที่ลดการลากหรือเสียดสีกับเตียง
🛏️ จัดท่าใหม่ให้มั่นคงและสบาย
🦶 ตรวจส้นเท้า ข้อเท้า สะโพก ก้นกบ และปุ่มกระดูก
📝 บันทึกเวลาและท่าที่จัด หากจำเป็น

ไม่ควรลากตัวผู้ป่วยไปกับที่นอนโดยตรง เพราะแรงเสียดสีและแรงเฉือนอาจทำให้ผิวหนังได้รับบาดเจ็บ

🔎 พลิกตัวแล้วต้อง “ดูผิวหนัง” ด้วย
การพลิกตัวไม่ใช่เพียงแค่เปลี่ยนท่า แต่ควรใช้โอกาสนี้ตรวจผิวหนังด้วย

สังเกตว่า:
🔴 มีรอยแดงหรือสีผิวเปลี่ยนหรือไม่
🟠 ผิวหนังบวม ร้อน หรือแข็งผิดปกติหรือไม่
💧 มีความเปียกชื้นจากเหงื่อ ปัสสาวะ หรืออุจจาระหรือไม่
🩹 มีตุ่มพองหรือแผลเปิดหรือไม่
😣 ผู้ป่วยบอกว่าเจ็บบริเวณใดหรือไม่

หากพบความผิดปกติที่ไม่ดีขึ้นหลังลดแรงกด หรือพบแผล ตุ่มพอง น้ำเหลือง หนอง หรือมีอาการติดเชื้อ ควรปรึกษาบุคลากรสุขภาพ

⚠️ ผู้ป่วยบางรายไม่ควรพลิกตัวตามตารางทั่วไป
ผู้ป่วยที่มีภาวะเฉพาะ เช่น เพิ่งผ่าตัด มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว กระดูกหัก มีสายหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์หลายชนิด หรือมีภาวะที่ต้องจำกัดท่า ควรปฏิบัติตามแผนของแพทย์และทีมสุขภาพ
อย่าฝืนพลิกตัวผู้ป่วย หากทำให้เจ็บมาก หายใจลำบาก หรือมีอาการผิดปกติ

✅ เช็กลิสต์สำหรับผู้ดูแล
ก่อนจบการดูแลแต่ละรอบ ลองถามตัวเองว่า
☐ เปลี่ยนท่าแล้ว
☐ ผิวหนังสะอาดและแห้ง
☐ ไม่มีรอยกดทับผิดปกติ
☐ ไม่มีผ้าปูหรือสิ่งของย่นอยู่ใต้ตัว
☐ ส้นเท้าและปุ่มกระดูกได้รับการลดแรงกด
☐ ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่มั่นคงและสบาย
☐ ไม่มีสายให้อาหารหรือสายสวนถูกดึงรั้ง
☐ บันทึกความผิดปกติไว้แล้ว หากพบ

❤️ จำง่าย ๆ: “เปลี่ยนท่า + ตรวจผิว + ลดแรงกด”

การป้องกันแผลกดทับไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพลิกตัวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำร่วมกับการดูแลผิวหนัง การควบคุมความชื้น โภชนาการที่เหมาะสม และการเลือกพื้นผิวรองรับที่เหมาะกับผู้ป่วย

หากผู้ดูแลไม่แน่ใจว่าควรจัดท่าหรือพลิกตัวอย่างไร ควรขอให้พยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดสาธิตวิธีที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย